Backlinks คืออะไร จำเป็นกับการทำ SEO มากแค่ไหน อัพเดทปีล่าสุด

Backlinks คืออะไร จำเป็นกับการทำ SEO มากแค่ไหน อัพเดทปีล่าสุด

สิ่งที่ทำให้ Google รู้ได้ว่าเนื้อหาและข้อมูลในเว็บไซต์ เป็นข้อมูลที่ได้รับการยอมรับและมีความน่าเชื่อถือ และถูกนำไปใช้เป็น reference หรือแหล่งข้อมูลอ้างอิง นั่นคือจำนวนของ backlink หรือลิงค์จากเว็บไซต์อื่น ๆ ที่ชี้กลับมาที่เว็บไซต์นั่นเอง ยิ่งจำนวนของ backlink ยิ่งมากเท่าไร หน้าเนื้อหานั้น ๆ ก็จะได้คะแนนจาก Google มากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องพิจารณาของคุณภาพเว็บไซต์ที่ทำ backlink กลับมาด้วย ไม่ใช่วัดที่ปริมาณ backlink เพียงอย่างเดียว

Backlink คือ ลิงก์ที่เชื่อมโยงจากเว็บไซต์อื่นๆ มายังเว็บไซต์ของเรา ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึงต้นฉบับ หรืออ้างอิงถึงแหล่งที่มาของข้อมูลนั้นๆ และปัจจัยของจำนวน backlink นี่แหละส่งผลต่อการทำ SEO ในปัจจุบัน

การจัดอันดับเว็บไซต์ในหน้าผลการค้นหาใน Google นั้น backlink เป็นสิ่งที่ Google ให้น้ำหนักเป็นอย่างมาก ถ้าเว็บไซต์ใดมีจำนวนของ backlink มาก โอกาสที่จะถูกจัดอันดับให้อยู่ในอันดับต้น ๆ ย่อมมีมากขึ้น เนื่องจากการที่มี backlink มาก ย่อมหมายถึงเว็บไซต์นั้นเป็นที่นิยม มีเนื้อหาที่มีประโยชน์ มีสาระความรู้ที่เป็นที่ต้องการ และมีความน่าเชื่อถือ จึงมีการแชร์รวมถึงถูกใช้เป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิง  ซึ่ง backlink ก็เปรียบเป็นเหมือนกับการให้คะแนนโดยผู้อ่าน ยิ่งมี backlink เยอะเท่าไร แสดงว่าข้อมูลและเว็บไซต์นั้น ๆ ย่อมมีคุณค่ามากขึ้น

ประเภทของ Backlink ชนิดต่างๆ

  1. Natural links เป็น backlink เกิดจากการอ้างอิงข้อมูล แล้วใส่แหล่งข้อมูลอ้างอิงหรือการให้ credit กับหน้าเว็บนั้น ๆ ส่วนมากถ้าเนื้อหาของเว็บไซต์มีสาระและประโชน์ ก็จะได้ backlink ชนิดนี้โดยธรรมชาติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่ต้องลงทุนเพื่อสร้าง backlink และยิ่งลิงค์ที่ชี้กลับมาจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์ของราชการ สถานศึกษา หรือเว็บสารานุกรมที่มีเนื้อหาสัมพันธ์กัน ก็จะยิ่งทำให้เว็บไซต์ได้คะแนน SEO และได้รับการจัดอันดับในหน้าผลการค้นหามากยิ่งขึ้น
  2. Manual Links เป็นการสร้าง backlink ขึ้นมา วิธีการก็มีได้ตั้งแต่การไป submit เว็บไซต์ตามเว็บ directory ต่าง ๆ การขอแลกลิงก์กับเว็บไซต์อื่น ๆ การซื้อบทความที่เป็นบทความ editorial หรือบทความข่าวในเว็บชื่อดัง และมีลิงก์ชี้กลับมาที่เว็บไซต์ การสร้างเว็บบล็อกที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์หลัก แล้วใส่แหล่งข้อมูลอ้างอิงหรือใส่ credit กลับมาที่เว็บไซต์หลัก รวมถึงการใช้สื่อ social media ต่าง ๆ เช่น การทำ video content ในเว็บไซต์ YouTube หรือการโพสต์เนื้อหาใน Facebook แล้วทำลิงก์กลับมา ซึ่งวิธีการต่าง ๆ ข้างต้นอาจทำโดยเจ้าของเว็บไซต์เอง หรืออาจจะเป็นการซื้อ backlink จากผู้ที่รับทำ SEO ก็ได้ ซึ่งการซื้อ backlink จากผู้ที่ทำ SEO ควรระวัง backlink จากเว็บไซต์ที่ไม่ได้คุณภาพ หรือเว็บไซต์ที่ Google มองว่าเป็น spam ซึ่งในกรณีนี้อันดับความน่าเชื่อถือในสายตาของ Google ก็จะลดลง และอาจทำให้อันดับของเว็บไซต์ตกลงไปได้
  3. Non-Editorial เป็น backlink ที่เกิดขึ้นจากการเขียน comment ในเว็บไซต์ต่าง ๆ ซึ่งหลาย ๆ เว็บไซต์ก็เปิดโอกาสให้ผู้อ่านได้เขียนแสดงความคิดเห็นใน guestbook ได้ จึงมีผู้ที่เห็นโอกาสสร้าง backlink จากการเขียนแสดงความเห็น โดยแนบลิงค์ชี้กลับไปที่เว็บไซต์ของตน ซึ่งการสร้าง backlink แบบนี้ Google ให้ความสำคัญน้อยมาก เนื่องจากการทำ SEO สายดำนิยม backlink ในลักษณะนี้ ซึ่งอาจมีการสร้าง backlink จำนวนมหาศาล และสุดท้ายก็จะถูกจัดว่าเป็น spam ในที่สุด

DoFollow คืออะไร

นิยามของ DoFollow Link คือ ลิงค์ที่จะส่งคะแนนในทาง SEO ให้กับเว็บไซต์ปลายทางที่ถูกอ้างถึง เนื่องจากการทำลิงค์ไปเว็บไซต์อื่น ๆ ก็เปรียบเสมือนการสร้าง backlink ให้กับเว็บไซต์นั้น ๆ เว็บไซต์นั้นก็จะได้คะแนน SEO ซึ่งทำให้เว็บไซต์นั้นได้รับการจัดอันดับในหน้าผลการค้นหาสูงขึ้น

การทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์อื่น ๆ และกำหนดให้ลิงค์นั้น ๆ เป็นลิงค์แบบ Do Follow ก็ถือว่าเป็นการยินยอมให้ Google Bot หรือตัวเก็บข้อมูลของ Google สามารถติดตามลิงค์นั้นไปยังเว็บไซต์ปลายทางได้ จากนั้น algorithm ของ Google ก็จะตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างสองเว็บไซต์ที่ลิงค์ไปหากัน ซึ่งจะทำให้โอกาสของเว็บไซต์ปลายทางได้รับการ index หรือบันทึกไว้ในฐานข้อมูลการค้นหายิ่งมีมากขึ้น โดยทั่วไปการสร้างลิงค์ที่ไม่ได้กำหนดคำสั่งพิเศษ หรือคำสั่ง No Follow Link ไว้ ลิงค์นั้นก็จะเป็น Do Follow Link โดยอัตโนมัติ

NoFollow คืออะไร

นิยามของ No Follow Link คือ เมื่อทำลิงค์เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์อื่น โดยไม่มีผลต่อคะแนน SEO ของเว็บไซต์ปลายทาง ถ้ากำหนดลิงค์แบบ No Follow แล้ว Google Bot อาจไม่ติดตามไปที่เว็บไซต์ปลายทาง และเว็บไซต์ที่ถูกชี้กลับไว้ใน backlink ก็จะไม่ได้รับคะแนน SEO นั่นเอง

Search engine หลาย ๆ ตัวใช้มาตรฐานคำสั่ง No Follow Link ด้วยการแทรกคำสั่ง rel=”nofollow” เข้าไปใน <a href> ระหว่างสร้างลิงค์ ซึ่งนิยมแทรกคำสั่งนี้ไว้ในส่วนของเว็บบอร์ดและส่วนที่แสดงความคิดเห็นใต้บทความ เพื่อป้องกันการ spam และสร้าง backlink ที่ไม่มีคุณภาพ หรืออาจป้องกันคะแนน SEO ในเว็บไซต์มีค่าลดลง เนื่องจากการที่เว็บไซต์มีลิงค์ออกนอกเว็บไซต์มากเกินกว่า backlink ที่ชี้กลับเข้ามา ซึ่งจะส่งผลต่อคะแนน SEO และส่งผลต่ออันดับเว็บไซต์ในหน้าผลการค้นหาได้

นอกจาก do follow และ no follow แล้ว รายละเอียดอื่น ๆ ของ backlink ไม่ว่าจะเป็นค่า DA/PA/TF/CF/DR ก็มีความสำคัญเช่นกัน และถึงแม้ว่า backlink จะมีความสำคัญในแง่ของการได้รับการจัดอันดับที่สูงขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า backlink จะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ถึงแม้ว่าจำนวน backlink ที่ชี้กลับมาที่เว็บไซต์มีปริมาณมาก แต่ภายในเว็บไซต์นั้น ไม่มีข้อมูลที่มีประโยชน์ เป็นข้อมูลที่ซ้ำกัน เนื้อหาไม่ครบถ้วน ไม่ชวนอ่าน backlink ที่เกิดขึ้นก็จะไม่มีประโยชน์ต่อ SEO เลย อีกทั้งยังอาจถูกมองว่าเป็นเว็บไซต์ spam อีกด้วย

โกวิท ตาใจ
ผู้เขียน

โกวิท ตาใจ (ฟิล์ม)

SEO Specialist Freelancer Online Marketing
ปัจจุบันเป็น Freelance ด้าน SEO เต็มตัว ชอบเรียนรู้จากประสบการณ์ หลงไหลงานออนไลน์ บ้านอยู่เชียงใหม่ ชอบการตลาด มีช่องยูทูป และขายของออนไลน์
ร่วมแสดงความคิดเห็น