การดูแลลูกเล็ก เมื่อลูกรักป่วย ไม่สบาย

ถ้าลูกคุณไม่สบาย อย่าให้ใครรบกวนปล่อยลูกพักผ่อนให้มากที่สุด โดยให้นอนพักในห้องที่เงียบ ๆ สลัว ๆ ควรพูดคุยหรืออุ้มลูกโยกไปมาเพื่อให้เขาสบายที่สุด
การดูแลลูกเล็ก เมื่อลูกรักป่วย ไม่สบาย

ถ้าลูกเป็นหวัด ควรจัดห้องให้อบอุ่นและมีความชื้น ถ้าลูกเป็นไข้อย่าบังคับหรือเซ้าซี้ให้ลูกกินอาหาร แต่ควรให้ดื่มน้ำผลไม้ นม หรือน้ำเปล่าทุก ๆ ครึ่งชั่วโมงก็ได้ และเมื่อลูกกำลังฟื้นจากไข้ใหม่ ๆ อาจจะยังคงเบื่ออาหารอยู่ อย่ากังวลและอย่าบังคับให้ลูกกินอาหาร เมื่อลูกหายดีแล้วเขาก็จะอยากกินอาหารเอง

ถ้าลูกอาเจียน ควรปล่อยให้ท้องว่างสัก 2-3 ชั่วโมงและให้ดื่มน้ำแทน โดยให้ดื่มน้ำทีละน้อย แต่ดื่มบ่อย ๆ อย่าพยายามให้อาหาร ถ้าลูกอาเจียนเอาน้ำออกมา ให้พักสัก 2-3 ชั่วโมง แล้วค่อยป้อนน้ำใหม่ประมาณ 1 ช้อนชา ถ้าภายใน 8 ชั่วโมงลูกยังอาเจียนอยู่ควรพบแพทย์

อาการต้องสังเกต เมื่อลูกรักเป็นโรคไข้หวัดธรรมดา

การเป็นไข้หวัดเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็ก และอาการไม่หนักแต่ก็ทำให้ลูกเป็นทุกข์ได้เหมือนกัน การเป็นหวัดบางครั้งอาจไม่มีไข้ควรจัดห้องให้เงียบ อุ่น และมีความชื้นเพียงพอ

การจาม

ทารกมักจะจามเสมอเมื่อถูกฝุ่นหรือมีขี้มูกแห้งติดอยู่ ซึ่งจะทำให้ระคายจมูกแต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นหวัด จนกว่าจะมีน้ำมูกไหลหรือเกิดอาการคัดจมูก เนื่องจากเด็กหายใจทางปากไม่เป็น ฉะนั้น เวลาที่ลูกคัดจมูกก็จะรู้สึกอึดอัดมาก หงุดหงิด นอนไม่สบาย และกินนมได้น้อย

การทำความสะอาดจมูก

ระหว่างที่เป็นหวัด ลูกจะรู้สึกสบายขึ้นถ้าอาการคัดจมูกดีขึ้น โดยอาจใช้ลูกยางดูดน้ำมูกในรูจมูกออก และควรดูดจนกว่าจมูกจะโล่งและลูกหายใจสะดวก ขณะที่ดูดถ้าร้องไห้ให้หยุดก่อน และเริ่มดูดใหม่เมื่อพักสักระยะหนึ่ง สำหรับขี้มูกแห้งที่เกรอะกรังบริเวณจมูก ให้ใช้สำลีชุบเบบี้ออยเช็ดระวังอย่าให้น้ำมันเข้าไปในรูจมูก

การไอ

อย่าตกใจถ้าลูกของคุณมีอาการไอเพราะน้ำมูกไหลลงคอ แต่ถ้าลูกไอมากขึ้นหรือมีไข้ ควรรีบไปหาแพทย์

การเจ็บหู

ถ้าลูกเป็นหวัดบางครั้งจะมีอาการเจ็บหูร่วมด้วยการเจ็บหูนั้นจะทำให้ลูกแคะหรือขยี้หูไม่ยอมกินอาหาร และร้องไห้นานเป็นชั่วโมง ๆ ได้ ถ้าลูกเจ็บหูให้ใช้สำลีชุบน้ำอุ่นประคบจะช่วยลดอาการเจ็บปวดลงได้ และควรพาไปพบแพทย์ทันที
โรคท้องผูกในเด็ก

โรคท้องผูกในเด็ก

เด็กแต่ละคนจะมีนิสัยในการถ่ายไม่เหมือนกันบางคนจะถ่ายทุกวัน แต่บางคน 2 วันถ่าย 1 ครั้ง ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ลูกมักเบ่งจนหน้าแดงในเวลาถ่ายแม้อุจจาระจะนิ่มหรือถ่ายสะดวกก็ตาม แต่ถ้าลูกท้องผูกจริง ๆ จะมีอาการถ่ายลำบาก อุจจาระแข็งและอาจมีเลือดติดออกมา ถ้าลูกท้องผูกควรให้เพิ่มจำนวนน้ำผลไม้หรือน้ำลูกพรุน จะช่วยให้ลูกถ่ายสะดวกขึ้นโดยปกติ ถ้าลูกไม่สบายอาจจะท้องผูกได้แต่อย่าให้ท้องผูกนาน ควรปรึกษาแพทย์

โรคท้องเสียในเด็ก

ลำไส้เด็กจะมีความรู้สึกไวและมีปฏิกิริยาต่ออาหารใหม่ ๆ หรือเชื้อโรคซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใหญ่ ถ้าลูกท้องเสียเพียงเล็กน้อยให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที ซึ่งจะทำให้ลูกหายเร็วและควรปรึกษาแพทย์ถ้าลูกถ่ายบ่อย ถ่ายเหลวหรือถ่ายมีกลิ่นเหม็นมากผิดปกติ หรือถ่ายปนสีเขียว อนึ่งเด็กที่กินนมแม่จะถ่ายเป็นเม็ดสีเหลือง ๆ และถ่ายบ่อยกว่าเด็กที่กินนมขวด

ท้องเสียอย่างรุนแรง

ต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการท้องเสียตลอดเวลา หรือท้องเสียอย่างรุนแรงคือ
  1. อุจจาระเป็นน้ำปนมูกหรือปนเลือด
  2. เด็กมีอาการเพลียและมีอาการตาลึกโหล
  3. ผิวเหี่ยวแห้งและอุ่น

การอาเจียนหรือแหวะนม

ใน 2-3 อาทิตย์ ลูกอาจจะอาเจียนนมซึ่งไม่ใช่เป็นการแหวะนมธรรมดา ไม่ต้องตกใจคุณอาจช่วยลูกได้โดยการทำให้ลูกเรอทุกครั้งหลังกินนม แต่ถ้าอาเจียนอย่าพยายามให้นมอีก ยกเว้นลูกจะหิว และถ้ายังอาเจียนอีกหลาย ๆ ครั้งควรรีบพบแพทย์ การเล่นมากหรือความตื่นเต้นอาจมีผลทำให้ลูกแหวะนมได้

การให้ยาลูก

ยาเด็กมักเป็นยาน้ำ และบางชนิดอาจมีหลอดหยดเพื่อช่วยให้ป้อนได้ง่ายขึ้น ถ้าจำเป็นต้องใช้ยาเม็ด ถ้ายาเม็ดนั้นไม่มีกลิ่นอาจจะละลายในน้ำผลไม้ หรือบดผสมไปในอาหารให้เด็กกินได้ ถ้าจำเป็นต้องใส่ยาหยอดตาควรใส่ในขณะที่ลูกหลับ

การสวนและยาเหน็บ

การสวนควรทำเมื่อแพทย์สั่งเท่านั้น แพทย์อาจจะให้คุณผสมยาบางอย่างลงไปในน้ำโดยปกติในเด็กเล็กควรใช้น้ำประมาณ 4 ออนซ์ ก็พอ วิธีที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดคือการใช้ลูกยางดูดน้ำหล่อลื่นด้วยน้ำมันที่ปลายสอดหลายเข้าไปในทวารหนักเบา ๆ ลึกประมาณ 1 นิ้ว แล้วบีบช้า ๆ หยุดพักเมื่อรู้สึกว่ามีแรงต้าน การกระทำเช่นนี้จะช่วยให้เด็กไม่อึดอัดมาก และเก็บน้ำไว้นทวารสัก 2-3 นาที ก่อนจึงถ่ายออกมา ถ้าเด็กถ่ายออกมาแต่น้ำโดยไม่มีอุจจาระให้ลองสวนใหม่อีกซึ่งจะไม่เป็นอันตรายใด ๆ แก่เด็ก การใช้ยาเหน็บควรทำต่อเมื่อแพทย์สั่งเท่านั้น แพทย์จะบอกคุณว่าให้ใช้ยาเหน็บชนิดใด วิธีทำให้เหน็บยาเข้าไปในทวารแล้วปล่อยให้มันละลายเอง

จำไว้เสมอว่า

อย่าให้ยาใด ๆ นอกจากแพทย์จะสั่งถ้ามียาเหลือก็อย่าให้ยาลูกเอง แม้ลูกจะมีอาการป่วยเหมือนเดิม ควรปรึกษาแพทย์ก่อน ไม่ว่าจะเป็นยาอะไรก็ตามควรเก็บยาต่าง ๆ ให้พ้นจากมือเด็กและควรให้ยาตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น ถ้าแพทย์ให้ใช้ยาปฏิชีวนะ 7 วัน ก็ควรให้จนครบ แม้เด็กจะมีอาการดีขึ้นหรือหายแล้วก็ตาม รีบพบแพทย์ทันทีที่เห็นเด็กผิดปกติหรือร้องไห้งอแงนาน ๆ หรือดูเจ็บปวด หรือแม้ว่าเด็กจะไม่มีไข้เลยก็ตาม และพบแพทย์ทันทีที่เด็กมีไข้เกินกว่า ถ้าวัดทางก้นหรือเกิน 38 องศาเซลเซียส ถ้าวัดทางปาก

ยาที่เป็นอันตรายสำหรับเด็ก

ปัจจุบันมียาชนิดใหม่ ๆ ออกมามากมาย อุบัติเหตุจากสารพิษก็มีมากขึ้น เด็กเล็ก ๆ ที่อยู่ในวัย “นักสำรวจนักชิม” จะกินทุกอย่างที่พบถึงแม้จะมีรสขมก็ตาม เด็กจะกินยาเม็ดเหมือนกับกินลูกกวาด ข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้ จะช่วยลดอันตรายของยาต่อเด็กและทุกคนในครอบครัวได้
  1. ก่อนใช้ยาควรอ่านวิธีใช้หลาย ๆ ครั้งจนแน่ใจ
  2. อย่าเก็บยาไว้ในที่มืด
  3. ยาทุกชนิดควรเก็บไว้ให้ห่างจากมือเด็ก
  4. อย่าหลอกเด็กให้กินยาโดยบอกว่าเป็นขนม
  5. ควรจำไว้ว่า ยาแอสไพรินของเด็กก็เป็นอันตรายได้ ถ้าเด็กหยิบกินเอง
  6. อย่าเก็บใบสั่งยาไว้โดยไม่จำเป็น
  7. อย่าใช้ยาโดยแพทย์ไม่ได้แนะนำ
  8. อย่าใช้ยาของเด็กคนหนึ่งร่วมกับเด็กคนอื่น ๆ ในครอบครัว
  9. ควรทิ้งยาทุกชนิดที่ไม่ต้องการลงใสถังขยะ ส่วนขวดก็ให้แยกทิ้งไป
ควรจำไว้ว่า จะไม่มีที่ใดในบ้านปลอดภัยถ้ามีสารพิษอยู่ในที่ที่เด็กหยิบได้ ควรเก็บยาไว้ในตู้ยาและใส่กุญแจ อย่าเก็บไว้ในห้องครัวหรือที่ไว้อาหาร เพราะอาจหยิบผิดคิดว่าเป็นอาหารได้ และควรจำไว้ว่า ควรเก็บสารพิษไว้ในกระป๋องเสมอ และอย่าเอากระป๋องที่ใส่สารพิษมาใส่ของอื่น ๆ เป็นอันขาด   ถ้าเด็กได้รับสารพิษ
  1. ให้รีบพบแพทย์หรือไปโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุด เพื่อรับการรักษาทันที
  2. นำภาชนะที่ใส่สารพิษไปโรงพยาบาลด้วย
  3. ควรจะจดเบอร์โทรศัพท์ของแพทย์ประจำตัวทั้งที่บ้าน ที่ทำงานและจดเบอร์โทรศัพท์ของคลินิก หรือโรงพยาบาลต่าง ๆ ไว้เมื่อจำเป็นต้องใช้ในกรณีฉุกเฉิน
 

การใช้ปรอทวัดไข้ลูกน้อย จำเป็นต้องมีติดไว้ที่บ้าน

ใช้ปรอทวัดไข้ลูกทางทวารหนัก โดยการสะบัดปรอทหลาย ๆ ครั้ง จนปรอทตกอยู่ที่ 36 องศาเซลเซียส หรือน้อยกว่า ทาปลายปรอทด้วยวาสลีนหรือเควายเยลลี่ให้ลูกนอนคว่ำบนหัวเข่าแยกก้นลูกออกและสอดปรอทเข้าไปช้า ๆ ลึกประมาณ 1 นิ้ว ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที เพื่อดูอุณหภูมิที่ถูกต้อง

วิธีการอ่านปรอท

การอ่านปรอทให้อ่านตามแนวยาวและอ่านในที่มีแสงสว่าง ขีดบอกอุณหภูมิจะอยู่ข้างบน และตัวเลขจะอยู่ข้างล่าง ให้อ่านอุณหภูมิที่ปรากฏ ปรอทที่ใช้วัดทางทวารหนักจะแตกต่างจากปรอทที่ใช้วัดทางปาก ที่รูปร่างของกระเปาะ บริเวณทวารหนักของลูกจะอุ่นกว่าที่ปาก และอุณหภูมิที่ทางทวารหนักจะสูงกว่าที่ปากประมาณ -17 องศาเซลเซียส โดยปกติอุณหภูมิของเด็กโดยเฉลี่ยจะสูงกว่าผู้ใหญ่ ฉะนั้น ถ้าวัดอุณหภูมิทางทวารหนักได้ 38 องศาเซลเซียส ก็ถือว่าปกติ

เมื่อลูกมีไข้

ถ้าลูกมีไข้เพราะวัดอุณหภูมิทางทวารหนักได้ถึง 39 องศาเซลเซียส ควรปรึกษาแพทย์ ลูกจะมีไข้ได้แม้เพียงสาเหตุเล็กน้อย เช่น เล่นมากเกินไป ในทางตรงกันข้ามลูกอาจจะป่วยโดยไม่มีไข้ก็ได้ ถ้าลูกยังร่าเริงอยู่ นั่นหมายความว่าเขายังไม่ป่วย แต่ถ้าลูกซีดและมีอาการเซื่องซึมลูกอาจจะป่วยแม้ว่าจะไม่มีไข้ก็ตาม

เมื่อลูกเกิดอาการชักควรทำอย่างไร

เด็กบางคนอาจเกิดอาการชักถ้ามีไข้สูง การชักจะดูน่าตกใจแต่ไม่ค่อยมีอันตรายและจะชักเพียงไม่กี่นาที เมื่อลูกชักควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที และเพื่อให้ลูกหายใจได้สะดวก ควรจะจับให้ลูกนอนคว่ำตะแคงหน้าไปข้างหนึ่ง เอาสิ่งที่อยู่ในปากลูกออกให้หมด การเช็ดตัวจะช่วยทำให้ไข้ลดลง หรือใช้มือของคุณจุ่มลงในน้ำคลึงบนเขนของลูกข้างละ 2-3 นาที แต่ถ้ายังมีไข้สูงหรือลูกยังชักอีกให้เช็ดตัวซ้ำหลาย ๆ ครั้ง แล้วพาไปพบแพทย์ทันที

คำถาม-คำตอบ

ลูกการร้องไห้บ่อยมาก ทำอย่างไรดี ?
ทารกบางคนจะร้องไห้มากกว่าเด็กคนอื่นแต่เมื่อเขาโตขึ้นและปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น หรือเมื่อคุณเข้าใจสาเหตุการร้องไห้ของเขา เขาก็จะร้องไห้น้อยลง การร้องไห้อาจแสดงว่าลูกเกิดอาการระคายเคือง ท้องอืด ปวดท้อง หรือไม่สบายอย่างอื่น แต่ถ้าลูกคุณแลดูปกติแต่ร้องไห้ตลอดเวลา ลูกอาจไม่สบายควรวัดปรอทและบอกอาการแก่แพทย์
ร่วมแสดงความคิดเห็น